0

ประสบการณ์การใช้ 3D Printer กับ Architectural Model

ต้องขอใช้ภาษาง่ายๆในการเล่านะคะ แล้วก็ขออนุญาตแนะนำตัวเองก่อนค่ะ

ผู้เขียนเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชั้นปีที่2ค่ะ

เกริ่นก่อนเข้าเรื่อง……เรียนออกแบบอุตสาหกรรม ทำไมได้มาทำโมเดลสถาปัตยกรรมล่ะ ที่มาเป็นเพราะว่าในคณะเรามีทั้งหมดสองสาขาคือ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ เรียน 5 ปีและ สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม เรียน 4 ปี ก็จะเน้นการเรียนหลักๆตามชื่อของสาขาเลย เนื่องด้วยการทำงานของพี่ปี5 ที่ชั่งหนักหน่วง และทำธีสิสกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ในฐานะสายรหัสก็ต้องเข้าไปช่วย ตอนนั้นพี่สายกำลังหาที่พิมพ์3D และตัวน้องสายคนนี้ก็บังเอิญไปรู้จัก พี่จากขอนแก่น maker club พอดีเลยขอร้องให้พี่ช่วยอนุเคราะห์เด็กๆอย่างพวกเรา

โดยปกติเรามักจะทำโมเดลด้วยสองมือและแรงกายแรงใจ แต่ถ้าสิ่งที่พวกเราออกแบบมานั้น มีความซับซ้อนมากๆ การพิมพ์ 3D ก็เป็นทางเลือกดี โปแกรมที่เราใช้ในการออกแบบ ส่วนใหญ่คือโปรแกรม Sketchup ข้อดีของ Sketchup ก็คือ มี Plug in ส่วนเสริมให้ติดตั้งมากมาย ทำให้การขึ้นรูปสามมิติได้ง่ายขึ้น ในการทำงานเราใช้ plug in ที่ชื่อ OBJ importer ในการแปลงไฟล์ ปัญหาส่วนใหญ่คือการกำหนดสเกล เพราะสเกลโมเดลสถาปัตยกรรม มันไม่ใช้สเกลจริง มือใหม่อย่างพวกเราส่งให้พี่ๆพิมพ์ก็ดันต้องมาปรับแก้ขนาดกันอีกหลายรอบ  โครงสร้างที่ขึ้นในโปรแกรม Sketchup ดันขึ้นแบบลอยตัวอีก

18191613_1904486616235550_1000757788_n                 18217361_1908394019178143_1711897028_n

ส่งไฟล์ไปสเกลก็เพี้ยน  แถมพิมพ์หลุดstep เพราะแผ่นโครงสร้างด้านในดันขึ้นรูปลอยตัว

แต่ถือเป็นความรู้ไปว่า ควรมีฐานเพื่อให้มีส่วนรองรับขณะพิมพ์  พิมพ์เสียเปล่าไปก็มี แต่สุดท้ายก็ได้เจ้าไข่วุ่นวาย(โมเดลรูปร่างคล้ายไข่)มาจนได้


18268648_10212903115441798_1309449036345201689_n

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนรวมในกระบวนการการทำงานไม่มากนัก แต่ได้สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ได้เรียนรู้ว่าแต่ละขั้นตอนก่อนที่จะมาเป็นโมเดลที่พิมพ์สามมิติเป็นอย่างไร ทุกขึ้นตอนตั้งแต่การขึ้นรูป export file. ไปจนถึงการนำไปเข้าโปรแกรมก่อนสั่ง print เครื่องprint 3Dที่พี่ๆ ขอนแก่น maker clubประดิษฐ์ขึ้น ทุกขึ้นตอนสำคัญและมีรายละเอียดมาก ขอบคุณพี่ๆที่ประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ดีๆ และเปิดโลกการเรียนรู้การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยของพวกเรา

0

การตั้งค่า Raspberry Pi Zero ผ่านทาง USB Port

บทความนี้จะเป็นการ Setup เบื้องต้นสำหรับ Raspberry Pi Zero นะครับ โดยหลายคนที่มี Raspberry Pi Zero อยู่ในมือ ตอนได้มาครั้งแรกก็อาจจะเจอปัญหาเหมือนผม คือ ไม่รู้ว่าจะเข้าไป Set ค่ายังไง hdmi ก็อันเล็กๆ port ต่อ สายแลนก็ไม่มี USB hub ก็ต้องเป็น micro usb อีก เหมือนเอามาเสียบไฟไว้เฉยๆแต่ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่มันมีวิธีครับ ในการเข้าไปตั้งค่าต่างๆผ่านทาง ssh โดยใช้ usb อันเดียวของมันนั่นแหละ วิธีการ
1. เตรียม SD-Card แล้วก็ Download Raspbian มาลง ผมเอา version ล่าสุดเลยยะครับ ตามรูปที่ 1 (เลือก RASPBIAN นะครับ ไม่ใช่ NOOBS) แล้วก็ 2 ตอน Download (link หาเอาเองนะครับ ^^)

1

2
2. เมื่อได้ ไฟล์ zip มาแล้วก็จัดการแตกไฟล์จะได้ไฟล์นามสกุล img ออกมา จากนั้นก็ทำการใช้โปรแกรม Win32 Disk Imager เขียนไฟล์ลง SD-Card ครับ ตามรูปที่ 3

3
3. เมื่อทำการเขียน FileSystem ข้อ 2 แล้วให้ถอด SD Card แล้วเสียบใหม่ จะปรากฏ Drive ที่มีชื่อว่า boot ขึ้นมา ให้เข้าไปที่ Drive นั้นแล้วทำการ แก้ไขไฟล์ 2 ไฟล์ ชื่อ config.txt แล้วก็ cmdline.txt ครับ (ให้ทำการ copy ต้นฉบับไว้ก่อนนะครับ จะได้ย้อนกลับได้)ตามรูปที่ 4 ครับ

3.5
4. ไฟล์ config.txt ให้ทำการเพิ่มบรรทัดสุดท้ายเข้าไปตามที่วงไว้ในรูปที่ 5 ห้ามผิดแม้แต่ตัวเดียวนะครับ

4
5. ไฟล์ cmdline.txt ให้ทำการแทรกข้อความตามรูปที่ 6 นะครับ ห้ามผิดเหมือนกัน จากนั้น save ทั้ง 2 ไฟล์แล้วเอา sdcard ไปเสียบเข้า raspberry pi เหมือนเดิมครับ

5

6. ทำการต่อสาย usb เข้ากับคอมครับ โดยเสียบเข้าที่ช่อง USB นะครับ ไม่ใช่ PWR_IN

index
7. รอสักครู่สักพัก ที่คอมของเราจะมี Ethernet โผล่ขึ้นมาเพิ่มอีก 1 ตัวครับ โดย USB Raspberry ของเราจะจำลอง ตัวเองเป็น Ethernet Card นั่นเอง ตามรูปที่ 7 ครับ

6
8. ทำการเข้าไปตั้งค่าผ่านทาง Putty ได้เลยโดยในช่อง Hostname จะใส่เป็น raspberrypi.local ครับ หลังจากนั้นจะมีหน้าจอให้ใส่ username เป็น pi แล้วก็ password จะเป็น raspberry ครับ ….

8
เรียบร้อยเป็นอันเสร็จพิธี … สำหรับใครไม่ขึ้นหรือมีปัญหาลองกลับไปตรวจสอบข้อ 4 5 ดีๆว่าผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า และสุดท้ายพอเข้าไป config ได้แล้วก็ แก้ไขไฟล์ข้อ 4 5 ให้เป็นเหมือนตอนแรก ก็จะใช้ usb ได้ตามปกติครับ

0

การเชื่อมต่อ WiFi บน Raspberry Pi ผ่าน Command Line (มนเฑียร งามแก้ว)

ในการเชื่อมต่อ Wi-fi บน Raspberry Pi นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร สำหรับมือใหม่ เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Raspbian มี GUI Mode สำหรับเชื่อมต่อ WiFi ไว้อยู่แล้ว แต่บางครั้ง ที่เราอาจไม่สะดวกในการเชื่อมต่อ Wi-fi ผ่าน GUI Mode จึงจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ผ่านทาง Command Line หรือ Terminal   [อ่านต่อ]

0

10 เหตุผลที่หุ่นยนต์ควรใช้ Robot Operating System (ROS)

ROS.org

เอาหล่ะครับหลับจากที่ผ่านการสอบปลายภาคไปเรียบร้อย วันนี้เป็นโอกาศอันดีอย่างยิ่งที่จะเขียนบทความหลังจากห่างหายไปหลายอาทิตย์ และช่วงนี้ผมก็ซุ่มซ้อมทำโดรนแบบที่ใช้การประมวลผลภาพช่วยในการบินอยู่ ซึ่งตัวระบบใช้ Robot Operating System (ROS) เข้ามาช่วยประมวลผลด้วย ตัว ROS นี่เองผมเคยใช้มันกับหุ่นตัวเล็กๆของผมสมัยที่แข่ง NSC เมื่อหลายปีที่แล้ว ปรากฏว่าผมเห็นข้อดีของมันเยอะมาก และใช้ตัวนี้เรื่อยมาในระบบที่ต้องควบคุมหรือทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ แต่ก็แปลกใจเหมือนกันที่เห็นมันยังไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไหร่ เอาหล่ะผมจะมาพูดถึงข้อดีของระบบนี้ (ในมุมมองของผม) แบบอวยไส้แตกกันดีกว่า เผื่อหลายๆคนที่เห็นแล้วอยากจะมาใช้งานไอ้เจ้านี่เหมือนกัน
Continue Reading

0

KKMC IoT แอพควบคุมอุปกรณ์ IoT แบบไม่ต้องเขียนโปรแกรม

เวลาทำอุปกรณ์ IoT เคยมีปัญหาไหมครับ
เช่นนอกจากจะทำอุปกรณ์พวก Hardware แล้วยังต้องเขียนโปรแกรมควบคุมให้มันต่ออินเตอร์เน็ตได้
รับส่งข้อมูลกับ Server แต่เดี๋ยวนี้มี platform อย่าง MQTT หรือ NETPIE ก็ง่ายหน่อย
เขียนโค้ดจัดการอุปกรณ์อย่างเดียวไม่ต้องไปยุ่งกับส่วนเชื่อมต่อ Network ทั้งหลาย
…. แต่ปัญหาต่อมาคือผู้ใช้ก็ต้องมาทำ GUI เพื่อเข้าไปควบคุมหรือ Monitor
ซึ่งส่วนนี้หลายคนมีพื้นฐานมาไม่เท่ากันบางคนเก่งๆก็ทำได้เลย แต่บางคนทำ hardware ได้
แต่มาติดตรงนี้ไม่รู้จะทำยังไง แนวทางหลักๆก็คือเว็บ แต่พอมาเขียนจริงๆแล้วก็ต้องมาเขียน javascript กันอีก
ต้องหา host หรือที่ๆเป็นส่วนตัวถ้าอยากจะให้มันเป็น private หรืออีกแนวทางหนึ่งที่ง่ายหน่อย
ก็จะเป็น App มือถือใช้แบบส่วนตัวได้ แต่จะเขียนยังไงหล่ะ java ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ผมเลยเห็นว่าเราควรจะมี app มือถือกลางๆตัวนึงที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ตัวไหนก็ได้ โดยที่เราไม่ต้อง
1. ไม่ต้องมีหลาย app –ทำ 10 โปรเจคมี app 10 ตัวเขียนใหม่ทุกตัวคงไม่ไหว
2. ไม่ต้องมี Server ตัวกลาง –ไม่ต้องมี host มีแค่มือถือเครื่องเดียวจบจัดการทุกอย่างจบในตัว
3. ต้องอ่านค่าและควบคุมได้ –ดูค่าได้อย่างเดียวก็ง่อย ควบคุมได้อย่างเดียวก็ง่อย 2 ตัวนี้ต้องมาคู่กันถึงจะครบองค์ IoT
4. ผู้ใช้ไม่ต้องเขียนโปรแกรมก็ใช้งานได้ — ตามนั้น
5. โปรโตคอลที่ใช้ต้องเป็น MQTT –เพราะมันพิสูจน์แล้วว่ามันเจ๋ง ลืมพวก Blynk ไปได้เลย

ดังนั้นผมจึงพัฒนาโปรแกรมที่เคยมีอยู่แล้ว คือ App KKMC Timer เป็น App ให้อาหารปลา เชื่อมต่อผ่าน
NETPIE ไปยังเครื่องให้อาหารปลา ทำงานตามเวลาที่กำหนด มาเพิ่มความสามารถให้มันใหม่ โดยให้มัน
สามารถ สั่งการได้ด้วย

กลายเป็น App ตัวใหม่ที่ชื่อ KKMC IoT สามารถควบคุมอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ต้องกับ Netpie
สามารถ Download ได้ที่
undefined

เดี๋ยวบทความหน้าเราจะมาทดลองใช้กันครับ ว่า จริงๆเราใช้งานไม่เกิน 5 นาทีก็สามารถใช้งานได้แล้ว ^^

0

Hexapod : ตอนที่ 3 รวมร่าง

มาต่อกันในตอนที่ 3 หลังจากที่พลาดในเรื่องของเฟรมหุ่นในตอนที่ 2 ไปแล้วผมก็แก้ปัญหาไปโดยการสั่งซื้อมาใหม่ซะเลย 55++ เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนเรื่องจริง ผมเฝ้าติดตาม tracking ของที่ส่งมาอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดของทุกชิ้นก็วางตรงหน้ามาเรียบร้อย ในที่สุด ในที่สุด ก็จะได้รวมร่างทำหุ่นซะที

ผมประกอบหุ่นจัดวาง Servo ต่อโน่นนี่นั่น ทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค พร้อมเรียบร้อย แล้วผมก็ได้ยลโฉมเสียทีหลังจากที่รอมาเกือบเดือน ความกระหายใคร่รู้ อยากจะทำระหว่างที่รอของก็ค่อยๆมอดลงไปเรื่อยๆ ในวันนี้ก็ได้เติมเต็มเสียที ผมก็นึกๆอยู่ ว่ามันก็แปลกเหมือนกันนะ นิสัยส่วนใหญ่ของ Maker เนี่ยผมคิดว่ามีความสุขกับการได้ทำมากกว่ามีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำได้เสียอีก ผมเคยเล่น Drone ซื้อมาประกอบเองก็ประมาณนี้แหละ ตอนทำนี่นั่งทำเป็นอาทิตย์กว่าจะได้ออกมา ทดลองต่ออุปกรณ์โยงสายไฟ ลง firmware หรือแม้แต่เปิดโค้ดแก้ไขเองด้วยซ้ำ ความรู้นี่ไม่มีจากอาจารย์ที่ไหนสอน หาจาก Google ล้วนๆ ส่วนใหญ่จะเป็นจาก Webboard ต่างประเทศ ได้อ่านจะที่คนถามตอบกันตามกระทู้ต่างๆ เหมือนกับเราเก็บประสบการณ์จากที่มีคนสั่งสมมาแล้ว อ่านที่คนเจอปัญหามาก่อนแล้วก็มาประยุกต์ตาม ดูว่าเขาแก้กันยังไง อ่านไปก็แปลไปด้วย สนุกดีเหมือนกัน ผมก็ทดลองไปเรื่อยๆ จนวันนึงก็ทำสำเร็จได้ (ลืมบอกไปยุคที่ผมเล่นนั้น Drone ในไทยนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นยุคบุกเบิก ของต้องสั่งจากต่างประเทศอย่างเดียว board ในไทยนี่ยังไม่มีคำว่า Multirotor) พอทำได้แล้วเอาไปบิน บินครั้งแรกนี่ตกไม่เป็นท่ากว่าจะซ่อม ทดลองบินได้ เสียเวลาไปเยอะ แต่พอมันบินได้จริงๆ กลับไม่อยากเล่นซะงั้น 55++ ความคิดในใจคือ “ก็มันบินได้แล้วอ่ะ”  เอาหล่ะกลับมาเข้าเรื่องกันต่อ

นี่ไง รวมร่างได้แล้ว ตัวใหญ่มากกว่าที่คิดนะเนี่ย

10928609_1041945612489659_2094718619_n

Continue Reading

0

Hexapod : ตอนที่ 2 โลกไม่ได้สวยงาม

ผ่านไปสำหรับตอนแรกแล้วนะครับ หลังจากที่ผมสั่งซื้อของทั้งหมดมาจาก Aliexpress ราวๆ 300$ กว่าๆ เพื่อทำ Hexapod โดยเฉพาะ และวันวานก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับปฏิหาร ของทั้งหมดของผมก็ถูกส่งมาหน้าหอพักของผม ราวๆ 15-20 วัน (ก็ถือว่าเร็วสำหรับการส่งแบบฟรีๆแหละ) โดยของทุกชิ้นก็ทะยอยส่งมาเรื่อยๆ เนื่องจากไมได้สั่งจากร้านเดียวกันทั้งหมด บางชิ้นส่งช้าส่งเร็วแต่มันก็ได้มาครบ

10867145_1018998344784386_755752492_n
Continue Reading

0

Hexapod : ตอนที่ 1 ไฟแรง จ่ายจริงเจ็บจริง

เอาหล่ะครับ เร็วๆนี้ผมได้ทำ project เกี่ยวกับหุ่น 6 ขาหรือเรียกกันสั้นๆว่า Hexapod (นี่สั้นแล้วหรอ) ก็นั่นแหละครับ หลังจากที่ทำไปทำมาเรื่อยๆ นานเข้าๆ ก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง เดินได้ขยับได้มี software ควบคุม ผมก็เลยเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว น่าจะเขียนออกมาเป็นบทความสักที

สำหรับตอนแรกนั้น เป็นการเกริ่นคร่าวๆนะครับ ยังไม่มีส่วนการทำเลย มีเพียงแต่การเตรียมของที่จะทำเท่านั้น โดยภาพที่ผมเอาลงนี้ของทุกชิ้นซื้อเองกับมือ ไม่ได้ copy ใครมาแน่ๆครับ 55++

เอาหล่ะครับ มาถึงคำถามที่เมื่อใครได้มาเห็นหุ่น 6 ขาที่ผมทำ ก็คงมีคำถามขึ้นมาว่า “ทำทำไม” “ทำไมถึงทำ” หากจะตอบคำถามนี้ได้ต้องเล่าไปถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ตั้งแต่โน่นนนนนนนนนน …. … เดือนพฤษจิกายน ปี คศ. 2014 เกือบๆ ปีครึ่งได้ ช่วงนั้นผมยังเป็นมือใหม่ไฟแรง ความรู้เรื่อง mechanical นี่ไม่ค่อยมี มีแต่ความดันทุรัน เลือดร้อนอยากจะทำนี่สูงมาก 55++ นึกแล้วก็ขำเหมือนกัน ได้เป็นเห็น video ของฝรั่งทำหุ่น 6 ขาทาง youtube นี่แหละ

https://www.youtube.com/watch?v=jfAEUkANyaA

Continue Reading

1

รีวิว jaguarboard

รีวิว jaguarboard

ในยุค lot (internet of thing ) ราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีราคาถูกน่าใจหาย ทำให้เกิดบอร์ดต้นแบบสำหรับนักพัฒนาออกสู่ตลาดจำนวนมาก บอร์ดที่จุดประกายแรกคือ raspberry pi ในราคาตำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ จากวันนี้ ค่าย JAGUAR ELECTRONIC ได้สร้างบอร์ดที่มีความสามารถรันระบบปฏิบัติการได้หลากหลาย เช่น android, windows, Linux เป็นต้น และเมื่อปลายปี 2558 ทางค่ายได้เปิดตัวใน kickstart.com และได้ประสบความสำเร็จในระดมทุน เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ และได้จัดส่งให้ผมวันที่ 10 มีนาคม เนื่องจากเป็นบอร์ดต้นแบบรุ่นแรกๆ ที่ใช้ Intel CPU ที่ราคาไม่แพงและมีประสิทธิ์ภาพสูงเพียงพอต่อการรันระบบปฏิบัติการใหญ่ๆ ได้

ผู้เขียนดำเนินการรีวิว คุณสมบัติหลักๆของบอร์ด jaguarboard โดยเปรียบเทียบกับ raspberry pi 2,3 และ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบางรุ่นเพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพบอร์ดชัดเจน โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้

โครงสร้างบอร์ด jaguarboard

jaguarboard

os support

ระบบปฏิบัติการที่รองรับ นอกจากนั้นยังรองรับ android (remix os)

การเปรียบเทียบคุณสมบัติที่สำคัญของบอร์ด jaguarboard

บอร์ด jaguarboard มีจุดเด่นที่ใช้ Intel CPU ทำให้ง่ายต่อการพัฒนาโปรแกรมที่ควบคุมและรองรับระบบปฏิบัติการหลักได้ดี และมี eMMC จำนวน 16 G ทำให้สะดวกต่อการพัฒนา พร้อมทั้งมี BIOS คล้ายกับคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน แต่มีจุดเสียคือ การมี GPIO น้อยมากเพียง 4 ขาซึ่ง3 ขา บอร์ดต่อเป็นสวิทช์เป็นทางเลือกเพื่อความสะดวก เมื่อมี GPIO น้อยผู้พัฒนาบอร์ดจัดทำเอกสารทางเว็บไซต์มีตัวอย่างการเชื่อมต่อบอร์ดกับ arduino ผ่าน I2C ทำให้สามารถขยาย GPIO ได้

สไลด์2

ขนาดบอร์ดเมื่อเทียบกับ raspberry Pi

ขนาดบอร์ด jaguarboard มีขนาดประมาณกระเป๋าพกผู้ชาย ซึ่งจะใหญ่กว่า raspberry Pi ( มีขนาดเท่ากับบัตร ATM ) ประมาณด้านละ 2 ซม ด้านบนมีฮีตซิงค์ระบายความร้อนขนาดใหญ่ซึ่งเทียบกับ raspberry Pi ทำให้ต้องมีระยะห่างจากด้านบนพอสมควร เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท  ด้านหลังบอร์ดจะมีพอร์ตสัญญาเสียงและไมค์ทำให้นูนกว่า raspberry PI จากข้อจำกัดทั้งสองด้าน ทำให้กล่อง jaguarboard ต้องมีความหนามากกว่า raspberry Pi

IMG_1410

ด้านหน้า บอร์ด jaguarboard , raspberry pi3 ,raspberry pi 2

back side

ด้านหลัง บอร์ด jaguarboard, raspberry pi3, raspberry pi2

การทดสอบประสิทธิภาพของ jaguarboard บน linux

การวัดประสิทธิภาพของ jaguarboard โดยเลือกระบบปฏิบัติการ Linux ค่าย debian รุ่นล่าสุดของแต่ละบอร์ด ขณะทดสอบต้องรัน Xwindows  เพื่ออยู่ในสถานการณ์ทำงานทั่วไป ( คล้ายกับการทดสอบประสิทธิภาพบนระบบปฏิบัติการ windows และเลือกโปรแกรม hardinfo ซึ่งเป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส บน linux แต่พบว่า ข้อจำกัดของโปรแกรมทำงานบนหนึ่งคอร์เท่านั้น

ในการทดสอบได้โปรแกรมที่มากับ debian ไม่ได้คอมไพล์ใหม่

              ทดสอบ CPU blowfish  ( ค่าวินาทีที่ทำงานเสร็จ ตัวเลขน้อยยิ่งดี )

พบว่า jaguarboard ทำงานได้เร็วว่า raspberry Pi3 8 เท่า แต่ raspberry Pi2 และ 3 ใช้เวลาใกล้เคียงกันมากแตกต่างกันไม่ถึงหนึ่งวินาที

สไลด์4

การทดสอบ CPU CryptoHash  (ค่า Mbit/sec ค่ามากยิ่งดี)

พบว่า Jaguarboard มีค่ามากกว่า raspberry Pi3 7.6 เท่า ส่วน raspberry Pi3 เร็วกว่า Pi2  16.74%

สไลด์5

การทดสอบ CPU Fibonacci (ค่าค่าวินาทีที่ทำงานเสร็จ ตัวเลขน้อยยิ่งดี)

พบว่า jaguarboard ทำงานเร็วกว่า raspberry Pi3 เป็น 2.67 เท่า แต่เร็วกว่า Pi2 2.24 เท่า และพบว่า raspberry Pi2 ทำงานได้เร็วกว่า raspberry Pi3 อยู่ 19.07 %

สไลด์6

การทดสอบ CPU ( N Queen )  (ค่าค่าวินาทีที่ทำงานเสร็จ ตัวเลขน้อยยิ่งดี)

พบว่า jaguarboard เร็วกว่า raspberry Pi3 เป็น 1.8 เท่า และเร็วกว่า Pi2 2.01 เท่า  raspberry Pi3 เร็วกว่า PI 2 10.44 %

n queen

การทดสอบ FPU (FFT) )  (ค่าค่าวินาทีที่ทำงานเสร็จ ตัวเลขน้อยยิ่งดี)

พบว่า jaguarboard (intel) มีประสิทธิภาพดีกว่า raspberry Pi3 ,Pi2 เป็น  10.94 เท่า ,11.37 เท่า

สไลด์7

การทดสอบ FPU Raytracing )  (ค่าค่าวินาทีที่ทำงานเสร็จ ตัวเลขน้อยยิ่งดี)

พบว่า jaguarboard มีประสิทธิภาพดีกว่า raspberry Pi 3,Pi2 เป็น 2.85 เท่า, 4 เท่า ตามลำดับ และพบว่า Pi3 เร็วกว่า Pi2 อย่างเห็นได้ชัดเจน

สไลด์8

สรุปการทดสอบ CPU ส่วนแรก พบว่า jaguarboard ( Intel ) สามารถทำงานคำสั่งบิตได้ดีกว่า raspberry Pi ( ARM )เยอะมาก โดยพิจารณาจาก blowfish และ crytohash เป็นการทำงานเข้ารหัสข้อมูลซึ่งต้องใช้คำสั่งประเภทบิตจำนวนมาก และ jaguarboard ( Intel ) ทำงานได้ดีกว่าประมาณ 1.5-2 เท่า raspberry Pi ( ARM ) เมื่อทำงานการคำสั่งคณิตศาสตร์พื้นฐาน โดยพิจารณา fibonacci และ n-queen ซึ่งเป็นการคำนวณหาค่าฟิโบน่าซี และการคำนวณ N-queen ซึ่งใช้คำสั่งคณิตศาสตร์จำนวนเต็มและคำสั่งกระโดดไปทำงานคำสั่งที่กำหนด

การทดสอบ CPU ส่วนที่สองเป็นการทดสอบการคำนวณตัวเลขทศนิยม พบว่า jaguarboard (Intel) ยังทำได้ดีกว่าประมาณ สองเท่า และพบว่า คอร์ด A53(Pi3) มีประสิทธิภาพสูงกว่า A7 อยู่ 28.78 % ในการทดสอบ Raytracing

การทดสอบบน windows 10

พบว่า jaguarboard 2584 K node/sec ซึ่งผลการทดสอบดีมากกว่า โน้ตบุ๊ก Acer es14 ราคาต่ำกว่าหมื่น  ( 1111 kilo nodes/sec)

fritz4core

การทดสอบการใช้งานปกติ

สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ดี พร้อมดู YouTube ที่ความละเอียด HD ได้  ด้วย jaguarboard มีความรองรับ windows สามารถลงเพื่อดูหนังผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือใช้แทนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ แต่ด้วยหน่วยความจำที่มีจำนวนน้อยอาจทำงานช้ากว่าปกติ เมื่อเรียกใช้หลายโปรแกรมพร้อมกัน

 

สรุปข้อดี

  1. ราคาถูก (82เหรียญ หรือประมาณ 2900)มีประสิทธิภาพสูง พอเพียงสำหรับงานทั่วไป ที่เล่นอินเตอร์เน็ต ดู YouTube
  2. รองรับหลากหลายระบบปฏิบัติการ
  3. ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าโน้ตบุ๊ก
  4. สามารถเขียนโปรแกรมความคุม hardward ได้ มีGPIO 12C

ข้อเสีย

  1. มีหน่วยความจำน้อยไปสำหรับงานที่เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน หรือทำงานกราฟิก
  2. มี USB น้อยไปหน่อย และการแสดงผลออกได้เพียง HDMI เท่านั้น
  3. มี GPIO น้อยและไม่มี A2D (analog input)

Review By : Kosit Chanbunpod